วัตถุประสงค์ในการนำสินค้าเข้าและเอกสารที่ต้องใช้
การนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์ 3 ประการได้แก่
1. นำเข้ามาเพื่อจำหน่ายหรือใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าเพื่อขายภายในประเทศ
2. นำเข้ามาเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก
3. นำเข้ามาชั่วคราวเพื่อซ่อมหรือเพื่อแสดงสินค้า
เอกสารที่จำเป็นในการทำพิธีการเพื่อชำระภาษีอากรและนำของออกจากศุลกากร
เอกสารที่จำเป็นในการทำพิธีการเพื่อชำระภาษีอากรและนำของออกจากศุลกากร จำแนกตามวัตถุประสงค์ในการนำสินค้าเข้า
มีดังนี้คือ
การนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย
|
1. Invoice
|
2. Packing List
|
3. B/L
|
4. Catalog
|
|
1. Invoice
|
2. Packing List
|
3. B/L
|
4. Catalog Composition
|
- สินค้าอันตรายและสินค้าที่ควบคุมการนำเข้า
|
1. Invoice
|
2. Packing List
|
3. B/L
|
4. Catalog Composition
|
5. Import License
|
การนำเข้ามาเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก
เอกสารที่จำเป็นในการทำพิธีการเพื่อชำระอากรและนำของออกจากศุลกากร เช่นเดียวกับการนำเข้ามาจำหน่ายแต่ผู้นำเข้าจะมีสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีอากรและเงื่อนไขในการรับสิทธิประโยชน์
ซึ่งจะต้องจัดเตรียมเอกสารสำหรับใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ดังนี้
|
การคืนเงินอากรขาเข้าตามมาตรา 19 ทวิ
|
- ต้องยื่นขออนุมัติในหลักการที่กรมศุลกากรก่อนการนำของเข้า
- ต้องยื่นสูตรการผลิตของสินค้าที่กรมศุลกากรก่อนการส่งออก
- สามารถใช้หนังสือธนาคารค้ำประกันอากรขาเข้าแทนการชำระอากรด้วยเงินสดได้
|
- ต้องชำระอากรไปก่อนแล้วขอคืนในภายหลัง
- ได้รับคืนอากรขาเข้า แต่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- เก็บวัตถุดิบที่นำเข้าได้ 1 ปี
|
|
การยกเว้นภาษีอากรนำเข้าสำหรับของที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนการคืนเงินอากรขาเข้าตามมาตรา
19 ทวิ
|
- ต้องขออนุมัติส่งปล่อยของที่ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าที่ BOI ก่อนการนำเข้า
|
- ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- เก็บวัตถุดิบที่นำเข้าได้ 1 ปี
|
|
การนำสินค้าเข้าในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า
|
- ต้องยื่นเรื่องขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน
- ต้องจัดทำบัญชีวัตถุดิบเพื่อให้กรมศุลกากรตรวจสอบ
- ต้องยื่นสูตรก่อนการส่งออก
|
- ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม
- เก็บวัตถุดิบที่นำเข้าได้ 2 ปี
|
การนำสินค้าเข้ามาชั่วคราว
การนำสินค้าเข้ามาชั่วคราวอาจแบ่งออกได้เป็น
- การนำเข้ามาเพื่อซ่อมแล้วจะส่งกลับออกไปใหม่
เอกสารที่จำเป็นในการทำพิธีการเพื่อชำระอากรและนำของออกจากศุลกากร เช่นเดียวกับการนำเข้ามาจำหน่าย
แต่ผู้นำเข้าจะต้องยื่นใบขนสินค้าเพื่อขอยกเว้นค่าภาษีอากรขาเข้า ดังนี้
ทำพิธีการใบขนนำเข้าชั่วคราวตาม ภาค 4 ประเภทที่ 3 (ช) แห่ง พรก.พิกัดอัตราศุลกากร
พ.ศ.2530 แต่ต้องส่งออกไปภายในกำหนด 6 เดือนนับแต่วันนำเข้า
- การนำเข้ามาเพื่อแสดงสินค้า
เอกสารที่จำเป็นในการทำพิธีการเพื่อชำระอากรและนำของออกจากศุลกากร เช่นเดียวกับการนำเข้ามาจำหน่าย
และผู้นำเข้าสามารถเลือกยื่นเอกสารทำพิธีการได้ 2 แบบ คือ
ทำพิธีการนำเข้าชั่วคราวตาม ภาค 4 ประเภทที่ 3 (ฉ) แห่ง พรก.พิกัดอัตราศุลกากร
พ.ศ.2530 และจะต้องส่งออกไปภายในกำหนด 6 เดือนนับแต่วันนำเข้า
ทำพิธีการนำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ
(คสท.) ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าแก่ของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เท่าที่กำหนดเวลาที่จัดแสดงเท่านั้น
โดยต้องนำของดังกล่าวออกจากคลังฯ ภายใน 60 วัน นับแต่วันสิ้นสุดการแสดง
- การนำเข้าภายใต้ระบบ เอ.ที.เอ. คาร์เนท์ (A.T.A. Carnet )
ระบบ เอ.ที.เอ. คาร์เนท์ คือระบบการค้ำประกันภาษีอากรขาเข้า ในการนำของเข้าชั่วคราวภายใต้อนุสัญญาเอกสารการนำเข้าชั่วคราว
ค.ศ.1961 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการอำนวยความสะดวกในด้านพิธีการศุลกากรแก่ของที่นำเข้าชั่วคราวและจะส่งกลับคืนออกไปตามระยะเวลาที่กำหนด
โดยไม่ต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากรทั้งขาเข้าและขาออก และได้รับการยกเว้นค่าภาษีอากรภายใต้อนุสัญญา
เพื่อประโยชน์ในด้านการการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีรายละเอียดโดยย่อดังนี้
อนุสัญญาศุลกากร เกี่ยวกับระบบ เอ.ที.เอ. คาร์เนท์ มีด้วยกัน 5 ฉบับ ได้แก่
- อนุสัญญาศุลกากรว่าด้วยเอกสารค้ำประกันสำหรับการนำเข้าเป็นการชั่วคราว ค.ศ.1961
- อนุสัญญาศุลกากรว่าด้วยการนำเข้าเป็นการชั่วคราวเครื่องมือในการประกอบวิชาชีพ
ค.ศ.1961
- อนุสัญญาศุลกากรเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกสำหรับการนำของเข้าเพื่อออกแสดงนิทรรศการหรือใช้ในงานแสดงสินค้า
หรือใช้งานประชุมหรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน ค.ศ.1961
- อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการนำเข้าตัวอย่างสินค้าทางการค้าและวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณา
ค.ศ.1952
- อนุสัญญาศุลกากรว่าด้วยการนำเข้าชั่วคราวซึ่งบริภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ ค.ศ.1968
- การนำของเข้า ผู้นำของเข้าสามารถใช้เอกสาร เอ.ที.เอ. คาร์เนท์ แทนใบขนสินค้าขาเข้าและหนังสือค้ำประกัน
โดยไม่ต้องประเมินอากรในขณะนำเข้า และไม่ต้องวางเงินสดหรือหนังสือค้ำประกัน
- ในกรณีที่ไม่ส่งของกลับออกไปตามระยะเวลาที่กำหนด หน่วยงานที่ออกเอกสาร เอ.ที.เอ.
คาร์เนท์ จะเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าภาษีอากรให้แก่กรมศุลกากร
- ผู้ออกเอกสาร เอ.ที.เอ. คาร์เนท์ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมศุลกากร ในประเทศไทยหน่วยงานที่ออกเอกสาร
เอ.ที.เอ. คาร์เนท์ คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
- การส่งของออก ผู้ส่งออกสามารถใช้เอกสาร เอ.ที.เอ. คาร์เนท์ แทนใบขนสินค้าขาออก
- สามารถใช้ได้กับการนำเข้า-ส่งออก ทางเรือ บก และอากาศ ณ ด่านศุลกากรทุกแห่งที่มีพิธีการนำเข้าและส่งออกซึ่งสินค้าที่มีทัณฑ์บน
ยกเว้นการนำเข้า-ส่งออกทางไปรษณีย์
Untitled Document
- รายละเอียดและตัวอย่างศึกษาเพิ่มเติมได้จากหนังสือคู่มือธุรกิจนำเข้า-ส่งออก
IMP-EXP HAND BOOK สั่งซื้อได้ที่ THE CARGO EXPRESS (THAILAND) CO., LTD.
Tel. 02-7127055 หรือที่ center@cargothai.com รายได้มอบให้สภาสงเคราะห์แห่งประเทศไทย"
- สถาบันการศึกษาที่ต้องการหนังสือเพื่อใช้เป็นตำราเรียนผู้เขียนยินดีขายให้ในราคาทุน
- สถาบันการศึกษาที่ต้องการหนังสือสำหรับห้องสมุด โปรดติดต่อ THE CARGO
EXPRESS (THAILAND) CO., LTD. Tel. 02-7127055 หรือที่ center@cargothai.com
- มีปัญหาหรือคำถาม โปรดติดต่อ
admin@cargothai.com
|
บริษัท
เดอะ คาร์โก เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด
333/20 ชั้น 14 อาคารยูไนเต็ดทาวน์เวอร์ สุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ 17)
ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทร.0-2712-7055 (5 สาย) , 0-712-6577 (4 สาย) |